วันจันทร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

บันทึกครั้งที่ 12
วันอังคารที่ 2 พฤษภาคม 2560

วันนี้ เป็นปิดคลอส การเรียนวิชาการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย ซึ่งในคาบนี้ อ.บาสได้แนะแนวข้อสอบในการสอบปลายภาค ทั้งนี้อาจารย์ยังให้คำปรึกษาแนะนำเรื่องเรียนของนักศึกษา เรื่องการดูน้องปี 1 และปี 2 จะเจออะไรบ้าง อ.บาสก็ได้บอกคร่าว และมีความสุขและสนุกที่ได้พูดเรื่องราวต่างๆกับ อ.บาส ทุกคนก็ดูยิ้มแย้มแจ่มใส ที่จะสอบ
แล้ว




และสุดท้ายอยากบอกว่าเรียนกับอ.บาสสนุกมากและได้รับความรู้มากมาย อยากเจอครูใจดีแบบนี้ทุกๆเทอมเลยค่ะ ขอเกรด A นะคะอ.บาสสุดหล่อ
.....สวัสดีค่ะ....




วันจันทร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2560

บันทึกครั้งที่11
วันจันทร์ที่ 24 เมษายน 2560
เมื่อเพื่อนๆทุกคนเข้าห้องเรียนอ.บาส ได้เริ่มเข้าเนื้อหาการเรียน คือ งานที่ให้ไปสัมภาษณ์ครูปฐมวัย เพื่อนๆก็ออกมานำเสนอกัน





           การนำเสนอออกมาได้ดีและมีตำชมจากการไปสัมภาษณ์ด้วย การออกข้างนอกสถานที่ไปสัมภาษณ์ครูก็ทำให้ได้รับประสบการณ์และความสนุกสนานมากค่ะ



ประเมินตัวเอง : วันนี้ไม่ค่อยตั้งใจฟังพื่อน
   ประเมินเพื่อน : ทุกคน มีความตื่นตัวตลอดเวลา เพราะคิดว่าเป็นคลาสสุดท้ายของการเรียนแต่ต้องมาเรียนอีกครั้งในวันที่ 2 พฤษภาคม ซึ่งใกล้สอบแล้ว
   ประเมินครูผู้สอน : วันนี้ อ.บาสไม่ค่อยสบายเสียงอาจจะมีแหบๆบ้าง หายเร็วๆนะคะ




วันเสาร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2560

บันทึกครั้งที่ 10
วันศุกร์ ที่ 21 เมษายน 2560

สัปดาห์นี้เป็นการทำอาหารสำหรับเด็กปฐมวัย อาหารเที่ยงกลุ่มพวกเราคือ
1.ข้าวผัดอเมริกัน
2.แซนวิส
3.ทับทิมกรอบ





หนูชอบขนมมากเลยค่ะ ข้าวเหนียวนุ่มมากค่ะโดยรวมแล้ว อร่อยสุดๆเลยการทำอาหารในครั้งนี้เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมาก และสนุกค่ะ ก่อนการลงมือทำจริง  เราก็ได้ศึกษามาก่อนและมีการเตรียมการเป็นอย่างดี
มีการนัดแนะกับเพื่อนๆ ไปซื้อของที่โลตัส 

การประเมินผล
ประเมินตัวเอง :วันนี้ตั้งใจทอดไข่ อร่อยมากด้วย
ประเมินเพื่อน :เพื่อนๆช่วยกันทำหน้าที่ของตัวเองสนุกกันมาก ชิมของเพื่อนคนนั้นคนนี้ อร่อยและสนุกมาก

ประเมินอาจารย์ : อาจารย์ทำอาหารอร่อยมาก โดยเฉพาะข้าวเหนียวเปียก หอมนุ่มชอบมากค่ะ

บันทึกครั้งที่9
วันที่ 3 เมษายน 2560
วันนี้เริ่มต้นการเรียนด้วยการให้เพื่อนออกมานำเสนอบทความการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยตามเคย
หลังจากที่เพื่อนนำเสนอเสร็จแร้ว อาจารย์ก็สอนเกี่ยวกับหลักการจัดอาหาร อาหารหลัก 5 หมู่ได้แก่   โปรตีน  คาร์โบไฮเดรต  วิตามิน  เกลือแร่  ไขมัน
หลักการจัดอาหารที่เหมาะสมกับเด็ก
                                  4 เดือน =นมจากแม่
                               5 เดือน = น้ำฟักทอง น้ำแครอต
                            6 เดือน = ข้าวบดผสมปลาหรือไข่ต้ม
                          7 เดือน = เพิ่มตับบดหรือน้ำแกงจืด
                   8-10 เดือน = กินนมแม่และให้อาหารแทนนมแม่ได้ 2 มื้อ
                11-1 ปี = ทานอาหารได้ในปริมาณที่เหมาะสม
              1-3 ปี = ก๋วยเตี๋ยวแต่ไม่ควรปรุงรสชาติที่เข้มข้น
       3-5 ปี = ทานได้เหมือนผู้ใหญ่แต่รสชาติอ่อนๆยังคงรสธรรมชาติ


หลักการจัดเตรียมอาหาร
 ➲อาหารที่มีประโยชน์
➲ เป็นอาหารที่มีคุณค่า
➲ การจัดอาหารที่ประหยัด




ประเมินตนเอง : รับผิดชอบต่องาน ตั้งใจฟังอาจารย์สอนค่ะ

ประเมินเพื่อน :เพื่อนๆแสดงได้ดีในแต่ละกลุ่มและมีความตลกเฮฮา  

ประเมินอาจารย์ : อาจารย์ก็ฟังและสรุปให้ฟังตามกลุ่ม แต่ก็แนะนำในสิ่งที่ดีและชอบให้เรียนแบบมีงานทำในคาบมีงานใหม่มาเรื่อยๆ






บันทึกครั้งที่8
วันที่ 27 มีนาคม 2560


วันนี้เข้าเรียนตรงเวลาหลังจากที่เพื่อนๆนำเสนบทความเสร็จ วันนี้อาจารย์สอนเรื่องการเลี้ยงลูก เลี้ยงลูกอย่างไรให้ลูกมีสมองที่ดี มีอยู่ทั้งหมด 20 วิธี

เลี้ยงลูกอย่างไรให้สมองทำงานดี
                     1. กินอาหารดีดื่มน้ำมากนอนหลับเพียงพอ
                     2. กระตุ้นประสาทสัมผัสผ่านการลงมือทำ
                     3. เล่านิทานจัดหาหนังสือที่หลากหลายให้กับลูก
                     4. เล่นสี และทำงานศิลปะ
                     5. ทำกิจกรรม ดนตรี และการเคลื่อนไหว
                     6. เล่นกีฬา หรือ ออกกำลังกาย
                     7. ทำอาหารด้วยกัน
                     8. ปลูกผักสวนครัว
                     9. ใช้ชีวิตกับธรรมชาติ
                    10. เล่นบทบาทสมมติ
                    11. เล่นพัฒนาทักษะ การคิด
                    12. ฝึกลูกทำงานบ้านและรับผิดชอบหน้าที่ของตนเอง
                    13. เปิดโอกาสให้ลูกได้แก้ปัญหาด้วยตนเองบ้าง
                    14. สอนลูกให้มีจิตสาธารณะ
                    15. ให้การสนับสนุนสิ่งที่ลูกสนใจ
                    16. หลีกเลี่ยงการใช้สื่อ Online/Digital เมื่อมีลูกอยู่ข้างๆ
                    17. หลีกเลี่ยงการทำโทษลูกด้วยการใช้อารมณ์
                    18. สร้างบรรยากาศในครอบครัวให้สงบสุข
                    19. พูดคุยถึงอารมณ์และความรู้สึกกัน
                    20. กอด หอม ชดเชย

ท้ายคาบมีการทำงานโดยแบ่งกลุ่ม นำเสนอในรูปแบบบทบาทสมมติ 

-การพัฒนาจริยธรรมให้เด็กปฐมวัย
 -การจัดประสบการณ์เพื่อการพัฒนาคุณธรรมพื้นฐานเด็กปฐมวัย
-การประหยัด อดออม
 -การพัฒนาคุณธรรมเด็กปฐมวัยเริ่มต้นที่หัวใจ
















ประเมินตนเอง : สนุกสนานกับการแสดงบทบาทสมมติ  ตั้งใจทำงาน  ช่วยกันคิดและนำเสนองานที่ได้รับมอบหมาย
ประเมินเพื่อน : เพื่อนๆช่วยกันคิดบทบาทและแสดงออกมาได้อย่าง  น่าประทับใจทุกกลุ่ม
  ประเมินอาจารย์ : อาจารย์น่ารักค่ะ สอนและอธิบายได้อย่างเข้าใจดี







บันทึกครั้งที่ 7
วันที่ 20 มีนาคม 2560


วันนี้พวกเราทุกคนมีการสอบ อาจารย์ให้เข้าสอบตอน 12:00 น.
การสอบผ่านไปได้ด้วยดี อาจารย์แนะแนวข้อสอบดีมาก


วันอาทิตย์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2560

บันทึกครั้งที่6
วันที่ 6 มีนาคม 2560

วันนี้อาจารย์สอนเรื่องการอบรมเลี้ยงดูลูกแบบต่างๆ ต่อจากอาทิตย์ที่ผ่านมาและได้ให้งานกลุ่มไว้คือแสดงบทบาทสมมุติการเลี้ยงดูเด็กทั้ง 4 แบบ 
1.การเลี้ยงลูกแบบตามใจ
2.การเลี้ยงลูกแบบปล่อยปละละเลย
3.การเลี้ยงลูกแบบคาดหวัง
4.การเลี้ยงลูกแบบให้ความรัก 
  ซึ่งการอบรมเลี้ยงดูทั้ง 4 แบบก็จะส่งผลต่อตัวลูกในอนาคตแตกต่างกัน 
ความหมายของการอบรมเลี้ยงดูเด็ก
การอบรมเลี้ยงดูเด็ก หมายถึง การที่บิดา มารดา หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง ในการเลี้ยงดูเด็ก ปฏิบัติต่อเด็กที่ยังไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ให้เจริญเติบโต และมีพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม และสติปัญญา ซึ่งผู้อบรมต้องอบรมด้วยความรัก ความเข้าใจ และปรับวิธีการอบรมเลี้ยงดูเด็กอย่างเหมาะสม ให้เข้ากับสภาพการเปลี่ยนแปลงของสังคม เพื่อให้เด็กเติบโตเป็นคนดี สามารถเผชิญกับสภาพการณ์ของสังคม และอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข


กลุ่มของพวกเรา คือการเลี้ยงลูกแบบคาดหวัง คือการที่พ่อแม่คาดหวังหรือตัดสินใจแทนลูกทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน ให้เรียนในสิ่งที่ตัวเองขาดตอนเป็นเด็ก การเลี้ยงลูกแบบนี้ถ้าลูกรับได้ก็ถือเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็ไม่ควรเพราะจะทำให้เด็กเสียความมั่นใจเราควรให้ลูกมีสิทธิ์เลือกและตัดสินใจเอง



ประเมินตนเอง
วันนี้เรียนสนุกมากค่ะ การนำเสนอของทุกกลุ่มนำเสนอดีและไม่น่าเบื่อ

ประเมินเพื่อน
เพื่อนๆตั้งใจเรียนตั้งใจฟังที่นำเสนอดีมากค่ะ ให้ความร่วมมือในการตอบคำถามและไม่คุยกัน

ประเมินอาจารย์
อาจารย์ให้ความรู้เพิ่มเติมหลังจากที่เพื่อนแสดงไปแล้ว ทำให้เข้าใจเพิ่มขึ้น